หนังสือพิมพ์โฟกัสภาคใต้ : Focus Paktai - new

ภาคใต้

ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี : ร่างพ.ร.บ.ศอ.บต.เกาไม่ถูกที่คัน

by Focus Team @23 ม.ค. 53 13.47 | Tags : ภาคใต้ , ชายแดนใต้

"ร่างพระราชบัญญัติ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้" หรือร่างพ.ร.บ.ศอ.บต.นับเป็นความพยายามขายฝันเก่าๆ ของพรรคประชาธิปัตย์

"ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี"นักวิชาการจากคณะรัฐศาตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังเชิงองค์ความรู้สถานการณ์ภาคใต้ มองการแก้ปัญหา 5 จังหวัดชายแดนใต้ว่า จนถึงบัดนนี้การใช้งบประมาณแก้ปัญหาไฟใต้ ยังไม่ตรงความจริง จึงไม่สามารถตอบสนองการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้

ผศ.ดร. ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี กล่าวถึงที่มาของร่างพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีว่า นอกจากองค์กรแก้ไขปัญหาภาคใต้ในภาคพลเรือน ไม่ต้องเปลี่ยนชื่อเป็น "สำนักงานบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้" หรือสบ.ชต. แล้ว เดิมทีมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติฯ เข้าสู่สภา 4 ฉบับ

หนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติฯ ฉบับที่เสนอโดยนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กำกับดูแลปัญหาภาคใต้

สอง ร่างพระราชบัญญัติฯ ฉบับที่เสนอโดยนายนิพนธ์ บุญญามณี รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่มีการขึ้นมาพิจารณา

สาม ร่างพระราชบัญญัติฯ ฉบับที่เสนอโดยนายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอ๊ะ

สี่ ร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญราชการจังหวัดชายแดนใต้ ที่เสนอโดยนายนัจมุดดีน อูมา จากพรรคมาตุภูมิ

ร่างพระราชบัญญัติทั้ง 4 ฉบับ มีจุดเริ่มต้นจากความพยายามแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งด้านการเมืองและการปกครอง ที่นำไปสู่ปัญหาความอยุติธรรม ปัญหาความขัดแย้งในประเด็นชาติพันธุ์ ศาสนา ประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์

"การแก้ปัญหาพื้นที่ภาคใต้ ต้องเริ่มตั้งแต่โครงสร้าง โครงสร้างที่สำคัญคือการเมืองการปกครอง ถ้าเราสามารถแก้ปัญหาการเมืองการปกครองได้ จะสามารถแก้ทะลุไปถึงการแก้ปัญหาอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเชิงยุทธศาสตร์ ที่ผ่านมาเราเน้นด้านการทหาร การใช้กำลัง การใช้กฎหมายพิเศษ และให้อำนาจกับฝ่ายความมั่นคง ในการควบคุมสถานการณ์ความรุนแรง ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน"นักวิชาการจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีกล่าว

ผศ.ดร.ศรีสมภพเปิดเผยว่า  ขณะนี้รัฐบาลกำลังใช้พระราชบัญญัติการรักษาความความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ที่ผ่านสภาในสมัยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเรืองอำนาจ ทั้งที่การแก้ปัญหาควรให้อำนาจประชาชน แทนที่จะใช้การทหาร ซึ่งจะทำให้สถานการณ์แย่ลง ท้ายที่สุดควรนำนโยบายการเมืองนำการทหารมาเป็นหัวใจสำคัญ บรรจุเข้าไปในร่างพระราชบัญญัติศูนย์อำนวยการบริหารจังหวั ดชายแดนภาคใต้ด้วย โดยจัดโครงสร้างที่เอื้อต่อการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี และกระจายอำนาจไปให้ประชาชนส่วนย่อยๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา

ผศ.ดร.ศรีสมภพ มองว่า ภายใต้โครงสร้างของพระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ในปัจจุบัน ได้ให้อำนาจกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของฝ่ายทหาร จนทำให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีอิสระในการบริหารจัดการ

ทว่า โครงสร้างใหม่ภายใต้ร่างพระราชบัญญัติกองอำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้
กองอำนวยการแห่งนี้จะขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี ทำให้การบริหารงานดีกว่าเดิม ขณะที่โครงสร้างสภาศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ระบุไว้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะมาจากหลายสาขาอาชีพ น่าจะส่งผลให้มีแนวโน้มคลี่คลายปัญหาไปในทางที่ดีขึ้น

"จากเดิมที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่มีอำนาจตั้งงบประมาณด้วยตัวเอง เพราะอยู่ภายใต้หน่วยงานหลัก คือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร แต่ร่างพระราชบัญญัติศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลับให้ศูนย์อำนวยการแห่งนี้ มีอำนาจในการจัดการปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีงบประมาณเป็นของตัวเอง ในส่วนของยุทธศาสตร์ความมั่นคง ให้ขึ้นกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในทางเศรษฐกิจก็จะมีเขตพัฒนาเศรษฐกิจเฉพาะกิจ ที่มีคณะกรรมการรัฐมนตรีพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นผู้กำหนดนโยบาย นี่คือภาพใหญ่ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้ร่างพระราชบัญญัติศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ฉบับนี้"

ผศ.ดร.ศรีสมภพมองว่า ถึงร่างพระราชบัญญัติศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะทำให้หน่วยงานแห่งนี้มีอิสระมากขึ้น ทั้งในเรื่องนโยบายและงบประมาณ แต่ยังคงมีปัญหาเรื่องอำนาจหน้าที่ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะที่รัฐบาลเสนอพื้นที่ครอบคลุม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ จังหวัดสตูล จังหวัดสงขลา จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส

ขณะที่พื้นที่ที่มีปัญหอยู่ที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และอีก 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา จึงมีข้อโต้แย้งว่า การกำหนดนโยบายในการแก้ปัญหา จะคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

"สงครามมันเกิดขึ้นใน 3 จังหวัดไม่ใช่ 5 จังหวัด ทำไมไม่กำหนดให้หน่วยงานนี้มีขอบเขตอำนาจหน้าที่ครอบคลุมเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัด ทรัพยากรที่ส่งลงมา จะได้ไม่กระจัดกระจายออกนอกพื้นที่ความไม่สงบ"

ผศ.ดร.ศรีสมภพ กล่าวว่า ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา รัฐต้องสูญเสียงบประมาณกว่า 1 แสนล้าน ในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ซึ่งรวมพื้นที่จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูลเข้ามาด้วย ตรงนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะเอาเข้าจริงงบประมาณที่ลงมาใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่ถึงหลักแสนล้านบาท เพราะถูกกระจายไปให้กับ 2 จังหวัดนี้ด้วย แถมงบประมาณที่ลงมา ก็ไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน

"สรุปแล้วงบประมาณที่ลงมาในพื้นที่ 3 จังหวัดประมาณ 6 หรือ 7 หมื่นล้าน ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา แต่ที่นำมาใช้ทำงานจริงๆ ไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่างบประมาณที่ลงมาจริงๆ ไม่นับงบประมาณด้านการทหาร อาจจะไม่ถึงห้าหมื่นล้านบาท เพราะแต่ละหน่วยงานมีปัญหาเรื่องไม่สามารถนำมางบประมาณออกมาใช้ได้ เช่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ก็มีปัญหาการก่อสร้างอาคารต่างๆ ไม่เสร็จ ไม่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ ผมจึงคิดว่างบประมาณลงมาถึงประชาชนจริงๆ ไม่ถึงครึ่ง อันนี้คือปัญหา" เป็นความเห็นของผศ.ดร.ศรีสมภพ

สำหรับข้อสังเกตเรื่องพื้นที่ความรับผิดชอบของศูนยือำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็น 5
จังหวัด หรือ 3 จังหวัดบวก 4 อำเภอ ทั้งสภาสันติสุข ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในฐานะสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ได้ส่งบันทึกถึงนายกรัฐมนตรีไปแล้ว

นับจากนี้เป็นต้นไป ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดแล้วล่า ร่างพระราชบัญญํติศูนย์อำนวยการบริหารตังหวัดชายแดนภาคใต้ จะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไร

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

« 0360
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง