ประชาสังคม
10 ก้าวหน้า 10 ถดถอยสิทธิมนุษยชน 2552 (1)
วันที่ 10 ธันวาคม เป็นวันสิทธิมนุษยชนสากล และวันพระราชทานรัฐธรรมนูญของประเทศไทย องค์กรสิทธิมนุษยชนจึงได้ร่วมกันประมวลสถานการณ์สิทธิมนุษยชน และนำเสนอรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ในรอบปี 2552 เป็นประเด็นก้าวหน้า 10 เรื่อง และประเด็นถดถอย 10 เรื่อง
10ก้าวหน้าสิทธิมนุษยชน2552
1.การคุ้มครองสิทธิชุมชนตามมาตรา 67 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ 2550 (คดีมาบตาพุด)
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2552 ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งให้ระงับโครงการหรือกิจกรรมในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 65 โครงการ และให้ดำเนินการได้ 11 โครงการ
2.คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2552 ในการประชุมสุดยอดของรัฐบาลอาเซียน ครั้งที่ 15 ได้ให้การรับรองปฏิญญาชะอำหัวหินว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน โดยรัฐบาลแต่ละประเทศได้แต่งตั้งตัวแทนเข้าเป็นกรรมาธิการ 10 คน ดำรงตำแหน่ง 3 ปี
3.การแต่งตั้งคณะกรรมาการเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลถูกบังคับให้สูญหาย
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2552 กระทรวงยุติธรรมได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาความเหมาะสม ในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลถูกบังคับให้สูญหาย เพื่อพิจารณาการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลถูกบังคับให้สูญหาย และพิจารณาท่าทีของไทย ในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลถูกบังคับให้สูญหาย
4.การประกาศเขตควบคุมมลพิษมาบตาพุด
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2552 ศาลปกครองระยองพิพากษาให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ประกาศให้ท้องที่เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุดทั้งหมด รวมทั้งตำบลเนินพระ ตำบลมาบข่า ตำบลทับมา อำเภอเมือง
ตำบลบ้านฉางทั้งตำบล เป็นเขตควบคุมมลพิษ โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน
วันที่ 16 มีนาคม 2552 คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีมติให้ประกาศพื้นที่อุตสาหกรรมมาบตาพุด เป็นเขตควบคุมมลพิษ
5.การประกาศใช้แผนสิทธิมนุษยชนฉบับที่ 2 (2552 ? 2556)
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2552 ให้ความเห็นชอบและประกาศใช้การประกาศใช้แผนสิทธิมนุษยชนฉบับที่ 2 (2552 ? 2556)
6.ฟ้องตำรวจอุ้มฆ่านายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง
นายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง ถูกตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จับกุมและต่อมาถึงแก่ความตาย พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ 6 นาย ได้แก่ พ.ต.ท.สำเภา อินดี พ.ต.ต.สุมิตร นันทสถิตย์ พ.ต.อ.มนตรี ศรีบุญลือ ด.ต.อังคาร คำมูลนา ด.ต.สุทธินันท์ โนนทิง ด.ต.พรรณศิลป์ อุปนันท์
ต่อมา อัยการได้ส่งฟ้องศาล เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2552 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งความตาย และเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษ
7.การรับรองวิทยุชุมชนชั่วคราว
คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้ออกประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชนชั่วคราว (วิทยุกระจายเสียงชุมชน) มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2552
จนวันที่ 24 สิงหาคม 2552 ครบกำหนดการยื่นขอใบอนุญาตชั่วคราวของผู้ประกอบการวิทยุชุมชน มีผู้ประกอบการวิทยุชุมชนลงทะเบียนขอเป็นผู้ทดลองออกอากาศ 5,500 สถานี คิดเป็น 98 - 99% ของวิทยุชุมชนทั่วประเทศ
8.โฉนดชุมชน
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2552 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. ....
ร่างระเบียบฉบับนี้ กำหนดนิยาม "โฉนดชุมชน" ว่า สิทธิร่วมกันของชุมชนในการบริหารจัดการ การครอบครองที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่ดินเพื่อสร้างความมั่นคงในการถือครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินของชุมชน และเป็นการรักษาพื้นที่เกษตรในการผลิตพืชอาหารเพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหาร โดยการเลือกรูปแบบการผลิตที่สอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ระบบภูมินิเวศ รวมทั้งดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้สมดุล
พร้อมกับกำหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการประสานงานและจัดโฉนดชุมชน ภายในหกสิบวันนับแต่ระเบียบนี้ใช้บังคับ และกำหนดให้มีพื้นที่นำร่องในการดำเนินงานโฉนดชุมชนจำนวนไม่น้อยกว่าสามสิบพื้นที่ ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่ระเบียบนี้ใช้บังคับ
9.ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญนิติบัญญัติ วันที่ 2 กันยายน 2552 ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ..... และมีมติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เริ่มประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2552
10.ศาลมีพันธกิจในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและปกปักรักษาประชาธิปไตย : คำวินิจฉัยผู้พิพากษาเสียงส่วนน้อย
เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2552 องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีมติเสียงข้างมากพิพากษาตัดสิทธิทางการเมือง และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเวลา 5 ปี รวมทั้งให้รับโทษทางอาญาตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้จำคุก 2 เดือน ปรับ 4 พันบาท โทษจำคุกให้รอไว้ก่อน 1 ปี
คดีดังกล่าวมีคำวินิจฉัยส่วนตนของนายกีรติ กาญจนรินทร์ว่า การได้อำนาจในการปกครองประเทศ โดยการปฏิวัติหรือรัฐประหารเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 ศาลไม่ควรรับรองการได้อำนาจมาโดยไม่เป็นไปตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย
ผู้ร้องประกอบด้วยคณะบุคคล ที่เป็นผลพวงของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งได้อำนาจปกครองประเทศ โดยการปฏิวัติหรือรัฐประหารล้มล้างรัฐธรรมนูญ ย่อมไม่มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริต พุทธศักราช 2542 ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจฟ้องในคดีนี้