ธุรกิจภาคใต้
'เชฟฯหาดใหญ่' ใช้CNGนำตลาดทำศูนย์สีครบวงจร - รุกตลาดมือ2
10 ปี "เซฟโรเลต" ติดกลุ่มผู้นำตลาดรถยนต์ ในท่ามกลางวิกฤติน้ำมันปี 2552 ได้รถ CNG เสริมจุดแข็ง และมีสินค้าหลากหลาย "ธวัชชัย ตรีสุขเกษม" เผยปี 2553 เน้นตลาดรถ CNG เปิดศูนย์ซ่อมสีครบวงจร และเตรียมเปิด "Chevrolet ok" สำหรับลูกค้าที่ต้องการรถเซฟฯมือสอง
นายธวัชชัย ตรีสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท หาดใหญ่อินเตอร์คาร์ แอนด์เซอร์วิส จำกัด (เชฟโรเลต หาดใหญ่) กล่าวว่า เชฟโรเลต เป็นรถจากอเมริกาที่เข้ามาสู่ตลาดเมืองไทย เมื่อปี พ.ศ. 2543 ตอนนี้ก็เกือบ 10 ปีแล้ว ถ้าเทียบกับคู่แข่งยี่ห้ออื่นๆ ในตลาดรถยนต์ ถือว่าเชฟโรเลตยังใหม่อยู่สำหรั
บตลาดรถยนต์ในไทย และต้องทำตลาดอีกมากเพื่อที่จะสร้างแบรนด์ให้ติดตลาดให้มากกว่า แต่ตอนนี้ก็เป็นที่น่าพอใจสำหรับเชฟโรเลต ถ้าจะให้เกรดก็น่าจะอยู่ที่ B ลบ
โดยยอดขายของเชฟโรเลตในปี 2552 ถ้าเทียบกับปี 2551 ตกลงเหมือนเช่นตลาดรถยนต์ในภาพรวม แต่ไม่มาก เพราะเชฟโรเลตมีรถที่ตอบสนองกับทุกกลุ่มลูกค้าในหลายระดับ บวกกับในช่วงยุคน้ำมันแพงด้วยแล้ว เชฟโรเลต ก็มีแนวคิดการผลิตรถที่ใช้ได้ทั้งน้ำมันและแก๊ส CNG ออกมาสู่ตลาด เพื่อเป็นทางเลือกของกลุ่มลูกค้าในตลาดรถยนต์ด้วย
ในมุมมองของลูกค้าที่มองรถของเชฟโรเลตน่าจะเป็น รถที่มีความปลอดภัยสูง ช่วงล้างของรถแข็งแรง เป็นต้น สำหรับตอนนี้รถรุ่นใหม่ๆ ที่กำลังจะออกสู่ตลาดจะมีการปรับปรุงให้มีความแข็งแกรงยิ่งกว่าเก่า ให้ความสำคัญเรื่องของความปลอดภัยในการขับขี่ให้เทียบเท่ากับรถยุโรป ที่มีราคาแพงๆ แต่รถของเชฟจะอยู่ในระดับราคาเดิม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่คุ้มค่ากับชีวิตของลูกค้าที่ใช้รถของเชฟโรเลต
สำหรับในปี 2553 ปัจจัยบวกที่มีผลทำให้ยอดขายดีขึ้น น่าจะมาจาก ราคาน้ำมัน รถของเชฟโรเลตที่มีการใช้ CNG ที่มีการทดลองขับมาแล้ว จากหาดใหญ่ถึงกรุงเทพฯ เสียค่าใช้จ่ายเพียงแค่ 720 บาท ซึ่งถือว่าถูกมาก ถ้าเทียบกับการใช้น้ำมัน ที่จะสร้างทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการประหยัดค่าน้ำมัน ที่คิดว่าในอนาคต ถ้าเศรษฐกิจโลกดีขึ้น ค่าน้ำมันก็จะแพงขึ้นด้วย
ส่วนปัจจัยลบในปี 2552 อันดับแรกเลยคือ เรื่องของการเมืองในประเทศ เพราะจะมีผลกับระบบเศรษฐกิจของประเทศโดย ในเรื่องของความรุนแรงของสามจังหวัดชายแดนนั้นไม่มีผลสักเท่าไหร่ เพราะถือว่าหาดใหญ่ยังไม่ได้เป็นเขตที่โดนความรุนแรงด้าย แต่มีผลในเรื่องของลูกค้าที่อยู่ทางมาเลเซีย ที่มีบางเล็กน้อยก็เริ่มเงียบไป
ในปี 2553 จะมีการทำการตลาดที่มุ่งเน้นในเรื่องรถ CNG ที่ตอบสนองเรื่องการใช้แก๊ส เน้นทำการตลาดที่เพิ่มมากขึ้นในต่างอำเภอ สำหรับรถกระบะ โคโลราโด แต่ตอนนี้ยังพอใจกับผลงานในปีนี้ ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าในปี 2553 ต้องทำให้ดีกว่าปีนี้
นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า การเติบโตในตลาดรถยนต์ของเชฟโรเลตในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา เห็นได้ชัดมากเพะเราสามารถทำตลาดรถเก๋งให้อยู่ในอันดับที่ 3 ของตลาดรถยนต์ในหาดใหญ่ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จมาก ในฐานะรถที่เพิ่งเข้าตลาดมาเพียง 10 ปี เป็นรองแต่ โตโยต้าและฮอนด้า สำหรับในตลาดของรถกระบะ เชฟโรเลตก็อยู่ในอันดับที่ 5 - 6 ไม่แน่ใจ และตอนนี้จากโชว์รูมเล็กๆ ก็กลายเป็นโชว์รูมใหญ่และที่สำคัญได้มีสาขาที่ 2 ของเชฟโรเลตที่เพิ่งเปิดได้ประมาณ 2 ปี คือ สาขาถนนศรีภูวนารถ ก็ถือเป็นผลสำเร็จอีกชิ้นหนึ่งของเชฟโรเลต
ในอนาคตสิ่งที่เชฟโรเลตกำลังจะทำให้มีขึ้นก็คือ ศูนย์บริการครบวงจรที่จะรับซ่อมรถยนต์ทุกยี่ห้อ และ
โครงการเต้นท์รถเชฟโรเลต มือสอง ที่จะทำการคัดเลือกรถที่เขามาขายต่อ โดยโครงการนี้จะทำให้ลูกค้าที่มาซื้อรถเชฟจะได้เลือกในหลายราคา ใครจะต้องการรถใหม่ก็ซื้อรถใหม่ ใครคิดว่ารถใหม่มันแพงเกินไปก็ไปดูรถเชฟมือสองก็ได้ ซึ่งจะใช้ชื่อว่า Chevrolet ok แต่ในตอนนี้ได้ทำไปแล้วหนึ่งอย่างคือ ศูนย์ซ่อมสีครบวงจร ซึ่งทางเชฟโรเลตได้เอาสีที่นำเข้ามาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นสีที่ใช้ในการพ่นเครื่องบิน โดยจะรับทำให้กับทุกยี่ห้อและรถทุกคันที่ทำสีจากเชฟโรเลตจะรับประกัน 2 ปี
นายธวัชชัย ยังกล่าวว่า บริษัทแม่ใหญ่ที่อยู่ในประเทศไทย ได้สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้พอสมควร คือได้รับการอนุมัติเงินกู้จากรัฐบาลในการสร้างโรงงานการผลิตในประเทศไทยจะมีผลทำให้ปัญหาการสั่งจองรถของลูกค้าแล้วได้ไม่ตรงตามกำหนดจะหายไป และจะทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นกับเชฟโรเลตมากยิ่งขึ้น จะทำให้ทางเชฟโรเลตมีนโยบายที่จะออกรถรุ่นใหม่ออกมาในทุกๆ 6 เดือน ซึ่งถือว่าเป็นการตีตลาดโดยตรงของเชฟโรเลต ที่จะเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้าทั้งกลุ่มวัยทำงานและวัยรุ่นที่กำลังเรียนหรือเริ่มทำงาน
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
แพรว