โฟกัสสงขลา
'แบงก์กสิกรไทย' ประกาศให้ 1 ล้านนำจับโกง 200 ล้านหาดใหญ่
ธนาคารกสิกรไทยเต้น ประกาศให้รางวัลนำจับ 1 ล้าน สาวแบงก์โกง 200 ล้าน สะเทือนหาดใหญ่ ทนายความเชื่อมีคนอยู่เบื้องหลังสาวแบงก์ ตั้งขบวนการโกงลูกค้า
นายวีรวัฒน์ ปัฌฑวังกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธราคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน )เปิดเผยกับ "ภาคใต้โฟกัส" ว่า ธนาคารกสิกรไทย ได้แจ้งความดำเนินคดีกับนางอัมพวัน พานิชย์ อดีตผู้จัดการที่ปรึกษาการบริหารหลักทรัพย์ กลุ่มลูกค้าบุคคลพิเศษ 28 เขตบริการและการขาย 74 สายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริการธนาคารกสิกรไทย ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์เงินในบัญชีลูกค้าที่มีเจตนานำเงินมาฝากกับธนาคาร 2 ราย แต่นางอัมพวันไม่นำเงินเข้าบัญชีให้ลูกค้า ทำให้ธนาคารได้รับความเสียหายเป็นเงิน12 ล้านบาท
นายวีรวัฒน์ เปิดเผยต่อไปว่า ในส่วนที่นางอัมพวันหลอกลวงกู้ยืมเงินลูกค้าของธนาคาร โดยอาศัยความคุ้นเคยส่วนตัวเป็นเงินจำนวนมาก ธนาคารไม่ได้นิ่งนอนใจในความเสียหายที่เกิดขึ้นกับลูกค้า ธนาคารกสิกรไทยจึงตั้งรางวัลนำจับนางอัมพวัน 1 ล้านบาท เพื่อนำตัวนางอัมพวันมาดำเนินคดี โดยขณะนี้ตำรวจได้ออกหมายจับแล้ว
นายวีรวัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า หลังจากที่ทราบเรื่องนี้ ทางธนาคารได้ตั้งคณะทำงานเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และรับทราบปัญหา พร้อมทั้งให้พนักงานของธนาคารไปพบลูกค้าที่ได้รับความเสียหาย เพื่อตรวจสอบว่า มีลูกค้ารายใดได้รับความเสียหาย จากการทำธุรกรรมกับธนาคาร โดยมีต้นเหตุมาจากพนั
กงานของธนาคารปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
"ในส่วนผู้เสียหายที่เหลือ สามารถนำเอกสารหลักฐานมายื่นให้ธนาคารพิจารณา หากพบความเสียหายที่เกิดขึ้น เป็นธุรกรรมที่ทำกับธนาคาร แต่พนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ธนาคารพร้อมพิจารณาชดใช้ความเสียหายทั้งหมดให้ แต่เท่าที่พบส่วนใหญ่เป็นการกู้ยืมกันเอง ระหว่างผู้ต้องหากับผู้เสียหาย ไม่ใช่การทำธุรกรรมผ่านระบบธนาคาร ตรงจุดนี้คงต้องเรียนชี้แจงในเบื้องต้นว่า ธนาคารไม่ได้นิ่งนอนใจ" นายวีรวัฒน์ กล่าว
นายวีรวัฒน์ เปิดเผยว่า การที่ธนาคารไม่ควบคุมตัวนางอัมพวันนั้นเพราะทางธนาคารไม่มีอำนาจควบคุมตัวนางอัมพวัน ธนาคารมีอำนาจแค่เชิญตัวนางอัมพวันมาสอบสวนภายใน ในฐานะเป็นพนักงานของธนาคาร กระทำผิดกฎระเบียบของธนาคารเท่านั้น ส่วนความผิดต่อกฎหมายบ้านบ้านเมือง ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนกฎหมาย เชื่อว่าขณะนี้ผู้เสียหายทุกคนดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายอยู่คือ เข้าแจ้งความดำเนินคดี
ทนายความผู้หนึ่งเปิดเผยว่า ตนรับทราบเรื่องนี้ เมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2552 เริ่มต้นเป็นแค่คดีเช็คเด้ง ที่ผ่านมาผู้เสียหายทุกรายปิดปากเงียบกันหมด เพราะเกรงจะเสียชื่อเสียง เพราะผู้เสียหายบางคนเป็นถึงนักธุรกิจใหญ่ นายทหารระดับนายพล แพทย์ และหัวหน้าหน่วยงานราชการ ในจังหวัดสงขลา รวมถึงผู้จัดการธนาคาร ในอำเภอหาดใหญ่ ขณะนี้ผู้เสียหายแบ่งเป็นกลุ่มๆ แต่ลคนต่างแต่งตั้งทนายความของตัวเอง
ทนายความผู้นี้ให้ความเห็นว่า ถ้าหากผู้เสียหายไม่ออกมาโวยวาย ตอนนี้น่าจะจับกุมนางอัมพวันได้แล้ว ส่วนคดีที่ตนรับผิดชอบอยู่ ได้แจ้งความดำเนินคดีกับนางอัมพวัน ทั้งคดีอาญาและคดีเพ่ง ส่วนธนาคารกสิกรแจ้งความดำเนินคดีกับนางอัมพวัน เพราะหลอกลวงผู้อื่นโดยใช้ตำแหน่งหน้าที่ เรื่องนี้ธนาคารมีส่วนต้องรับผิดชอบด้วย
ทนายความคนดังกล่าวเชื่อว่า การหาตัวนางอัมพวันคงใช้เวลาไม่นาน เพราะหลังจากธนาคารให้รางวัลนำจับสูงถึง 1 ล้านบาท คงจะมีนักสืบมือดี ผู้มีอาชีพล่าเงินรางวัล แย่งกันล่าตัวนางอัมพวัน จากการวิเคราะห์เชื่อว่า นางอัมพวันไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องทำกันบวนการมีไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งต้องตามตัวนางอัมพวันให้ได้ก่อนถึงจะรู้ตัวผู้ร่วมขบวนการว่ามีใครบ้าง ขณะนี้ก็พอรู้แล้วว่าเป็นใคร แต่ยังระบุชื่อไม่ได้ เพราะเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น
"สำหรับเส้นทางหลบหนีของนางอัมพวัน คิดว่าน่าจะอยู่ในประเทศนอกจากจะได้รับการช่วยเหลือให้หลบหนีออกนอกประเทศผิดกฎหมาย จากผู้ร่วมขบวนการ หรือผู้อยู่เบื้องหลัง ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ นางอัมพวันอาจจะได้รับอันตรายจากผู้ร่วมขบวนการที่ไม่ต้องการให้เชื่อมโยงไปถึงตัวเอง" ทนายความคนเดียวกัน กล่าว
นางสุวรรณี โชติชัยชรินทร์ มารดาของพระเอกละครช่อง 7 สี ซี - ศิวัฒน์ โชตชัยชรินทร์ เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความไว้เนื้อเชื่อใจ และมีความสัมพันธ์ที่ดีกันมานาน คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ส่วนมากรู้จักกันดีทั้งหมด ยังมีผู้เสียหายอีกหลายคน แต่บางรายเป็นคนมีชื่อเสียงในอำเภอหาดใหญ่ จึงไม่กล้าเปิดเผยตัว