ภาคใต้
'นวพล' โดนใบเหลืองอุทิศเปิดตัวชนวรวิทย์ ขาวทอง
กกต. ให้ใบเหลือง "นวพล" แล้ว เจ้าตัวรอศาลอุทธรณ์ภาค 9 ชี้ชะตา ลือกระหึ่มถ้าศาลสั่งเลือกตั้งใหม่ "นายกฯนวพล" หมดสิทธิลงแข่ง อ้างเข้าข่ายเป็นนายกฯอบจ. ครบ 2 วาระ "อุทิศ" เปิดตัวลงชิงนายกฯ อบจ.สงขลาแน่ "วรวิทย์" พร้อมลงสนามสู้ศึก
นายนวพล บุญญามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2552 ตนได้รับเอกสารจากคณะกรรมการเลือกตั้งแจ้งว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติให้เลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาใหม่ เนื่องจากมีสมาชิกสาขาพรรคประชาธิปัตย์จังหวัดสงขลา ออกมาแถลงข่าวกล่าวหานายวรวิทย์ ขาวทอง ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา หมายเลข 2 ว่า ไม่ใช่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่โรงแรมเอเชี่ยน หาดใหญ่ ขณะนี้ ตนยังไม่ทราบว่าคณะกรรมการเลือกตั้งได้ส่งมต ิดังกล่าว ไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 9 หรือยัง เพราะขณะนี้ตนยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งจากศาล
อุทธรณ์ภาค 9 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
"ผมพร้อมพิสูจน์ในศาลอุทธรณ์ ซึ่งน่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนคงรู้ผล" นายนวพล กล่าว"
รายงานข่าวจากคณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งว่า เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2552 มีการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งครั้งที่ 47/2552 ที่ประชุมได้พิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เลือกตั้งวันที่ 28 เมษายน 2551 ประกาศผลเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2551
โดยนายนวพล บุญญามณี ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา หมายเลข 1ได้รับเลือกตั้ง ร้องคัดค้านนายวรวิทย์ ขาวทอง ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา หมายเลข 2 ไม่ได้รับเลือกตั้ง กล่าวหาว่าหาเสียงเลือกตั้งด้วยการแถลงข่าว หลอกลวง ใส่ร้ายหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในเรื่องใดอันเกี่ยวกับผู้สมัครใดเพื่อจูงใจ คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติยกคำร้องคัดค้าน
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2552 มีการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครั้งที่ 40/2552 ที่ประชุมได้พิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เลือกตั้งเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2551 ประกาศผลเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2551
โดยนายนวพล บุญญามณี ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา หมายเลข 1 ได้รับเลือกตั้ง ร้องคัดค้านนายวรวิทย์ ขาวทอง ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา หมายเลข 2 ไม่ได้รับเลือกตั้ง กล่าวหาว่าโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งด้วยวิธีการหลอกลวงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในเรื่องใดอันเกี่ยวกับผู้สมัครใด ผลการพิจารณา ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติให้ดำเนินคดีอาญาแก่นายวรวิทย์ ขาวทองมาแล้ว
นายวรวิทย์ เปิดเผยว่า กรณีที่คณะกรรมการเลือกตั้งมีมติให้ดำเนินคดีอาญากับตน เป็นเรื่องที่ตนถ่ายรูปหาเสียงกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา 6 คน ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ต้องเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ตนพร้อมที่จะให้การกับพนักงานสอบสวนทุกเวลา แต่ขณะนี้ ยังไม่ได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน
นายวรวิทย์ เปิดเผยต่อว่า ก่อนหน้านี้ ตนได้ส่งเอกสารรับรองการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และเอกสารจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 6 คน ยินยอมให้ตนนำรูปถ่ายไปใช้ในการหาเสียง ต่อคณะกรรมการการ เลือกตั้งแล้ว ตามขั้นตอนของกฎหมาย กรณีนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อการลงเลือกตั้งนายกองค์ การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ที่มีแนวโน้มว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ในเร็วๆ นี้ แต่อย่างใด
นายวรวิทย์ กล่าวถึงกรณีที่นายนวพล ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ภาคใต้โฟกัสว่า ตนใช้วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยรามคำแหงปลอมนั้น เป็นความเข้าใจผิดของนายนวพล หรือไม่นายนวพลก็ตั้งใจใส่ร้ายตน เพราะตนเรียนจบศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) เมื่อปีการศึกษา 2544 และสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้อนุมัติปริญญา เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2545 และมหาวิทยาลัยราม คำแหง ได้ออกหนังสือสำคัญ ที่ ทม 0909/ศน.24935 รับรองว่าตนสอบไล่ได้ปริญญา ลงวันที่ 30 กันยายน 2552 ลงนามโดยนายสุทธิกุล ศรีสุทธิ์ นายทะเบียน สำนักบริการทางวิชาการและทดสอบประเมินผล
"ผมเรียนที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระหว่างปี 2527 -2530 แล้วลาออก จากนั้น ไปสมัครเรียนที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปีการศึกษา 2540 และเรียนจบปี 2544 แต่ไม่ได้ไปรับพระราชทานปริญญาบัตร เพราะติดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา" นายวรวิทย์ กล่าว
นายวรวิทย์ เปิดเผยว่า หลังจากนั้น ตนได้ศึกษาต่อปริญญาโท ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า ในสาขารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต และเรียนจบปีการศึกษา
2550
ขณะเดียวกัน ประมาณปี 2548 ตนไปสมัครเรียนคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราม คำแหง แต่ไม่มีเวลาไปสอบ จึงไม่ได้เรียนต่อจน จบ ตนคิดว่านายนวพลอาจจะสับสน เพราะไป ตรวจสอบพบว่า ตนยังเรียนคณะนิติศาสตร์อยู่ เลยคิดว่าตนยังไม่จบปริญญาตรี เท่าที่ทราบนายนวพลเคยไปยื่นคำร้องขอตรวจสอบประวัติการศึกษาของตน แต่มหาวิทยาลัย ราม คำแหงไม่อนุญาต เพราะไม่ใช่เจ้าของประวัติ
"ถ้านายนวพลยังข้องใจ หรือยังมีใครสงสัยเรื่องนี้ ผมขอท้าพิสูจน์ไปกับผม เขียนคำร้องขอดูประวัติผม ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้เลย" นายวรวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย